Hexagon EAM

Hexagon EAM (เดิมชื่อ Infor EAM) เป็นโซลูชันการบริหารสินทรัพย์องค์กรแบบครบวงจร ออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรเพิ่มประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ และลดต้นทุนและยืดอายุการใช้งานของสินทรัพย์

ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ Asset Lifecycle Intelligence ในกลุ่ม Hexagon AB  ระบบ Hexagon EAM ผสานประสบการณ์อุตสาหกรรมหลายทศวรรษเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่ มอบการบริหารสินทรัพย์อย่างชาญฉลาดและขับเคลื่อนด้วยข้อมูลในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น การผลิต สาธารณูปโภค การขนส่ง พลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ

Hexagon EAM ช่วยให้องค์กรก้าวจากการบริหารสินทรัพย์เชิงตอบสนอง (reactive) ไปสู่การบริหารจัดการเชิงพยากรณ์และเชิงกลยุทธ์ (preventive & predictive) โดยผสานข้อมูล IoT การวิเคราะห์ และข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อให้เห็นภาพรวมสุขภาพ ประสิทธิภาพ และมูลค่าของสินทรัพย์ ช่วยในการตัดสินใจด้านการบำรุงรักษาอย่างชาญฉลาด ใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน

รองรับทั้งการใช้งานแบบคลาวด์และติดตั้งในองค์กร Hexagon EAM มอบเครื่องมือขั้นสูง รวมทั้งแอปมือถือ สำหรับการติดตามสินทรัพย์ การจัดการบำรุงรักษา การวิเคราะห์ และความยั่งยืน ช่วยให้องค์กรลดเวลาหยุดทำงาน ยืดอายุสินทรัพย์ ต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

 

คุณสมบัติเด่นของ Hexagon EAM

 

  1. การบริหารวงจรชีวิตสินทรัพย์ (Asset Lifecycle Management)
    • มองเห็นและจัดการวงจรชีวิตสินทรัพย์ทั้งหมด ตั้งแต่การจัดหาไปจนถึงการปลดระวาง
    • ติดตามประสิทธิภาพ ต้นทุน และประวัติการบำรุงรักษา เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจลงทุนและเปลี่ยนทดแทนสินทรัพย์
  2. การบำรุงรักษาเชิงป้องกันและพยากรณ์ (Preventive & Predictive Maintenance)
    • วางแผนการบำรุงรักษาเชิงป้องกันอัตโนมัติ ตามเวลา การใช้งาน หรือสภาพของสินทรัพย์
    • เชื่อมต่อกับเซ็นเซอร์ IoT และระบบตรวจสอบสภาพ เพื่อทำการบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ ป้องกันความเสียหายก่อนเกิดปัญหา
    • ลดเวลาหยุดทำงานที่ไม่คาดคิดและค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา
  3. การจัดการงาน (Work Management)
    • รวมคำสั่งงาน การมอบหมายงาน และคำขอบริการไว้ในที่เดียว
    • ปรับปรุงเวิร์กโฟลว์การบำรุงรักษาผ่านมือถือ การอนุมัติ และลายเซ็นดิจิทัล
    • เพิ่มประสิทธิภาพของทีมงานและติดตามการปฏิบัติตามข้อกำหนด (Compliance)
  4. การจัดการสินค้าคงคลังและการจัดซื้อ (Inventory & Procurement Management)
    • บริหารอะไหล่ เครื่องมือ และวัสดุสิ้นเปลือง พร้อมมองเห็นสต็อกแบบเรียลไทม์
    • ปรับระดับสต็อกและสั่งซื้ออัตโนมัติเพื่อป้องกันสินค้าขาดหรือเกิน
    • ผสานกระบวนการจัดซื้อสำหรับวัสดุและบริการบำรุงรักษา
  5. การจัดการพลังงานและความยั่งยืน (Energy & Sustainability Management)
    • เก็บข้อมูล ตรวจสอบการใช้พลังงานและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของสินทรัพย์
    • สนับสนุนโครงการ ESG เช่น การประหยัดพลังงาน ลดคาร์บอน และการปฏิบัติตามกฎระเบียบ
    • สอดคล้องการบำรุงรักษากับเป้าหมายความยั่งยืนขององค์กร
  6. การเข้าถึงและใช้งานจากระยะไกล (Mobility and Remote Access)
    • ช่างภาคสนามสามารถเข้าถึงคำสั่งงาน อัปเดตงาน และบันทึกข้อมูลผ่านมือถือ แม้ไม่ออนไลน์
    • เพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน และทำให้ข้อมูลถูกบันทึกแบบเรียลไทม์
  7. การวิเคราะห์และรายงานขั้นสูง (Advanced Analytics and Reporting)
    • มีเครื่องมือ BI และ Analytics ในตัว เพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ และแนวโน้มต้นทุนของสินทรัพย์
    • แดชบอร์ดและ KPI ปรับแต่งได้ ช่วยติดตามสุขภาพสินทรัพย์ MTBF และ KPI การบำรุงรักษา
  8. การจัดการด้านกฎระเบียบและการปฏิบัติตาม (Regulatory and Compliance Management)
    • ปฏิบัติตามมาตรฐานอุตสาหกรรมและกฎระเบียบ เช่น ISO 55000, OSHA
    • เก็บประวัติการตรวจสอบและเอกสารการรับรองอย่างละเอียด
  9. การรวมระบบและขยายขีดความสามารถ (Integration and Extensibility)
    • เชื่อมต่อกับระบบ ERP (เช่น Infor SunSystems, SAP, Oracle และอื่นๆ) และแพลตฟอร์ม GIS, SCADA, หรือ IoT ได้อย่างราบรื่น
    • สร้างบนสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ พร้อม API ที่ทรงพลังสำหรับการรวมเข้ากับระบบดิจิทัล
  10. สถาปัตยกรรมพร้อมคลาวด์ (Cloud-Ready Architecture)
    • ใช้งานแบบ Multi-Tenant Cloud รองรับการขยายตัว ลดภาระ IT และเพิ่มความปลอดภัยของข้อมูล
    • การติดตั้งบน Hexagon Cloud หรือ AWS ช่วยให้มั่นใจเรื่องความพร้อมใช้งานและประสิทธิภาพสูง

hexagon2

 

ประโยชน์หลักของ Hexagon EAM

 

  • สร้างความน่าเชื่อถือให้สินทรัพย์ลดเวลาหยุดทำงานด้วยการบำรุงรักษาเชิงป้องกันและพยากรณ์
  • ลดค่าใช้จ่ายการบำรุงรักษาใช้แรงงาน วัสดุ และสินทรัพย์อย่างคุ้มค่า
  • เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานเวิร์กโฟลว์อัตโนมัติช่วยให้งานลื่นไหล เจ้าหน้าที่วิศวกรทำงานได้รวดเร็วขึ้น
  • ตัดสินใจได้แม่นยำข้อมูลเรียลไทม์และการวิเคราะห์สนับสนุนการวางแผนและจัดสรรทรัพยากร
  • ปฏิบัติตามมาตรฐานและสิ่งแวดล้อมติดตามข้อกำหนดและรายงานความยั่งยืนได้ง่าย
  • ยืดหยุ่นและขยายตัวได้ง่ายรองรับทุกขนาดองค์กรและหลายอุตสาหกรรม